Misery Farewell

posted on 08 Apr 2009 19:42 by onehundred

 

 

บ่ายวันที่ไม่สลักสำคัญอะไร

 

ผมใช้มันกับหญิงสาวที่ผมรัก

 

เธอที่อยู่ในอ้อมกอด กับความตั้งใจดูหนังที่ผมบอกเธอเสมอว่าอยากจะดูกับเธอ

 

แต่แท้ที่จริงแล้ว

 

สิ่งที่ผมทำได้ คือ หลับตา ซึมซับทุกขณะช่วงเวลา แม้แต่ลมหายใจของเธอ

 

เพื่อจดจำทุกช่วงเวลาที่ได้ใช้ด้วยกัน

 

ขณะที่เธอตั้งใจเหลือเกินกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ทำร่วมกัน

--

และระหว่างที่ผมกำลังนอนอยู่ ทันใดนั้น ผมก็ผุดลุกขึ้นมาเขียน และเขียน เหมือนคนบ้า

 

เธอเองก็คงแปลกใจกับท่าทีเหล่านั้น

 

แต่ผมก็คิดได้ว่า นั่นเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกว่า สิ่งที่เกิดขึ้น คือ อะไร ชัดเจนที่สุด

 

เธอทำได้แค่กอดผมไว้หลวมๆ

คล้ายจะบอกว่าเธออยู่กับผมนะ

แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไร

เมื่อเขียนเสร็จ เธอก็แสนดีที่ไม่ถามอะไรสักคำเดียว

ผมรู้ว่าเธอเองก็คงอยากรู้

--

 

เหตุผลที่ผมหายไปจากสถานที่คุ้นเคยของตัวเอง

 

 เป็นเพราะผมและเธอเผชิญกับเรื่องราวแสนยากลำบาก

 

 

ไม่พร้อมที่จะเขียน หรือเล่าอะไรให้ใครฟังได้เลย

 

เรื่องมันยาก

 

จนผมไม่แน่ใจว่าเราสองคนจะผ่านมันไปได้ไหม

 

ทุกวัน เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ทำให้หัวใจที่ไม่แข็งแรงสม่ำเสมอของผม

 

ถูกทุบซ้ำ ด้วยความหวาดกลัว หวาดหวั่น

 

ผมกลัวเหลือเกินว่าผมจะสูญเสียเธอไป

 

แต่เมื่อมองเห็นคนที่รักเป็นทุกข์ กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น และเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน

 

คนอ่อนแอและขี้แพ้อย่างผม

 

ก็แทบจะยอมแพ้ออกไปจากเกมที่คนโหดร้ายเหล่านั้น กระหน่ำซ้ำเติมเราด้วยกลวิธีการต่างๆ ที่สุดแสนจะเลวร้าย

 

--

วันยากๆ วันนี้ผมได้แต่ภาวนาว่ามันจะผ่านไปให้ได้

 

ภาวนาให้คนที่ผมรักหลับตาลงนอนได้ โดยปราศจากเรื่องทุกข์ใจของเธอสักคืนหนึ่ง

--

นี่คือ สิ่งที่ผมเขียน และมันเป็นจุดที่บอกกับผมว่า เพราะอะไรผมจึงต้องเดินต่อไป

" เมื่อสายลมพัดพาคนที่ไม่สลักสำคัญอะไรสองคนให้บังเอิญมาพบกัน และในช่วงเวลาที่ไม่สลักสำคัญนั้น สองคนที่คล้ายดั่งคนที่ไม่สามารถจะสื่อสารกับคนอื่นๆ ได้ ได้เติมในส่วนที่ต่างพร่อง และในความบังเอิญนั้น สิ่งที่เติม เข้าไปเต็ม คือ ความฝันอันแสนยิ่งใหญ่ แม้ต่างฝัน แต่ทว่าเราก็ผนวกความฝันสองอันนั้นเข้าด้วยกัน และพยายามจะเดินไปสู่จุดหมายด้วยกัน

แม้ว่าหลักหมาย ตรงสุดปลายทางนั้นแล้ว ทางของคนสองคนจะแยกออกจากกัน ไม่สามารถจะกลับมาบรรจบกันได้อีกนานตราบจนชั่วนิรันดร์

แต่สิ่งที่สำคัญ อาจเป็นช่วงเวลาวูบหนึ่งของสายลมที่พัดนั้นที่ทำให้คนสองคนได้พบกัน รู้จักกัน ร่วมกันปะติดปะต่อ ก่อรูปจนความฝันของพวกเขานั้นเป็นจริง

แม้ว่าระยะทางจากจุดปลายทางจะแยกห่างออกจากกันตลอดไป แต่ต่างก็ได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตด้วยการเดินข้ามผ่านเส้นซึ่งเราไม่อาจรู้ได้เลยว่า จะเกิดขึ้นได้จริงไหมในชีวิตหนึ่งที่แสนว่างเปล่า ยาวนาน แต่เหว่ว้ายิ่งนั้น

วูบหนึ่งที่ลมพัด และทำให้หัวใจได้เต้นระรัว แรงขึ้นมาสักครั้งก็มากเกินพอ"

แรงบันดาลใจจาก  Once และคุณ

 

ผมยังเหมือนเดิม จะอยู่เคียงข้าง แม้ระยะทางจะไม่อนุญาตให้ผมทำอย่างนั้นได้

ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด

ขอโทษจริงๆ ที่ผมอาจจะเผลอทำร้ายหัวใจของคุณ

ขอบคุณที่อดทนจนมันผ่านไป และผมลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

 

แม้เมื่อตื่นนอนขึ้นมา เราพบว่ามันยากลำบากเพียงใด

ขอบคุณที่อดทน อดทนเพื่อผม และอดทนเพื่อเรา

 

คุณคือความฝันที่เป็นจริง เสมอมาตั้งแต่วันแรก จนถึงวันนี้

ขอโทษที่แม้วันครบรอบ ก็ยังไม่ได้พูดคำดีๆ กับคุณแม้สักคำ

 

 

Latest Comments